สวัสดี

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: 5 วิธีเลือกช่างดีดบ้าน  (อ่าน 94 ครั้ง)

admin
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 25136
    • ดูรายละเอียด
5 วิธีเลือกช่างดีดบ้าน
« เมื่อ: มิถุนายน 14, 2020, 06:35:18 am »
5 วิธีเลือกช่างดีดบ้าน

1. เครนที่มีขนาด 5 ตัน หรือมากกว่า จะต้องมีพนักงานขับเครนที่มีใบอนุญาตสำหรับเครนที่ใช้บนที่สูงและเครนที่มีขนาดต่ำกว่า 5 ตัน
    จะอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะพนักงานที่ได้ผ่านหลักสูตรทางเทคนิคที่กำหนด หรือการฝึกอบรมเป็นพิเศษเท่านั้น
2. การทำงานสลิงนั้น พนักงานที่จะปฏิบัติงานนี้ได้ จะต้องเป็นผู้ผ่านหลักสูตรทางเทคนิคที่กำหนดเท่านั้น โดยอนุญาตให้ทำงานกับสลิงที่มีน้ำหนักหนึ่งตัน
    หรือมากกว่า ส่วนงานสลิงที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 1 ตันนั้น พนักงานสลิงจะต้องเป็นผู้ได้รับแต่งตั้ง และผ่านการอบรมหลักสูตรพิเศษ
3. ถ้าพนักงานนั้นได้ถูกกำหนดให้เป็นผู้ช่วย พนักงานนั้นควรได้มีการปรึกษาหารือในการเตรียมการ และวิธีการให้สัญญาณกับหัวหน้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
    และปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าดังกล่าว
4. เครื่องมือประกอบเครน และสลิง จะต้องได้รับการตรวจสอบตามกำหนด (ก่อนและระหว่างการใช้งาน) หากตรวจพบความผิดปกติ
    ให้หยุดการใช้งานโดยทันที และรายงานให้หัวหน้างาน เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการซ่อมแซมต่อไป
5. หลีกเลี่ยง (เช่น) การบรรทุกน้ำหนักเกิน การแขวนในลักษณะทแยงมุม และห้อยแขวนจุดเดียว


5 ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง

ดีดบ้าน หรือ ยกบ้าน เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากหลังจากเหตุการณ์ปี 54 น้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัด และยังคงเป็นฝันร้ายที่บางคนจำได้ไม่ลืม
เพราะเกิดผลกระทบทำให้เสียทรัพย์สินจากน้ำท่วมเข้าบ้าน ประกอบกับสภาพภูมิประเทศของกรุงเทพฯและพื้นที่ชานเมืองโดยรอบเป็นที่ลุ่มต่ำ
แล้วยังถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำ ส่งผลให้เมื่อถึงฤดูมรสุมฝนตกหนัก บ้านที่อยู่ใกล้ริมน้ำมักจะประสบปัญหาน้ำท่วมเฉียบพลัน
 บางครั้งยังไม่ทันได้เก็บข้าวของน้ำก็เข้าถึงตัวบ้านแล้ว จากเหตุนี้เจ้าของบ้านหลายหลังจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีการ “ดีดบ้าน”
หรือ “ยกบ้าน” ขึ้นนั่นเองเพราะเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาวและเป็นทางออกที่คิดว่าดีที่สุด แต่ก่อนที่คุณจะไปว่าจ้างผู้รับเหมา
มาดีดบ้าน ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อการดีดบ้านอย่างถ่องแท้และละเอียดรอบคอบเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจจะมาเสียใจในภายหลัง

1.ก่อนวางแผนจะดีดบ้าน ต้องรู้สภาพความพร้อมของบ้านให้ดี

เจ้าของบ้านบางคนคิดว่าถ้าต้องการดีดบ้านก็สามารถทำได้ง่ายๆ แค่จ้างช่างมายกแล้วก็เสริมเสาก็จบเรื่องแล้ว ในความเป็นจริงควรจะต้องพิจารณา
ถึงโครงสร้างบ้านเป็นอันดับแรกรวมทั้งต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บ้านได้รับความเสียหาย หรือก่อให้เกิดอันตราย
ขึ้นในช่วงขณะที่ดีดบ้าน ซึ่งเรามักจะได้ยินข่าวบ่อยๆ ฉะนั้นถ้าทำการตรวจสอบแล้วพบว่ามีร่องรอยของการผุกร่อนในจุดใหญ่ๆ หรือมีปลวกกินหลายแห่ง
แนะนำว่าไม่ควรที่จะดีดบ้านเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลเสียหายอย่างมหาศาลบ้านพังถล่มลงมาในขณะที่กำลังดีดบ้านได้ ทางที่ดีคือรื้อบ้านแล้วสร้างบ้านใหม่
ด้วยการยกพื้นสูงขึ้นจะคุ้มกว่า ส่วนถ้าพบว่าเสาเข็มมีการทรุดอยู่ จำเป็นต้องลงเสาใหม่ก่อนทำการดีดบ้านด้วย

2.ก่อนดีดบ้าน วางแผนเรื่องงบประมาณเสียก่อน

หลายบ้านที่ต้องประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วมบ้านบ่อยๆเรียกได้ว่าฝนตกทีไหร่น้ำรอการระบายไหลเข้าบ้านเสียทุกที จะขายบ้านหนีก็ไม่ได้
ทางออกที่ดีที่สุดก็คือซ่อมแซมต่อเติมบ้านให้สูงขึ้นแต่อาจยังตัดสินใจไม่ได้เกิดความลังเลว่าจะรื้อบ้านแล้วสร้างใหม่ดีหรือจะดีดบ้านให้สูงขึ้นอะไร
จะเหมาะสมมากกว่า ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเรื่องของค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณคือตัวแปรสำคัญ โดยส่วนใหญ่แล้วการจ้างเหมาราคาดีดบ้านที่เจ้าของบ้าน
จะต้องเตรียมเงินไว้ราวๆหลักแสน(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพและความยากง่ายของการดีดบ้านแต่ละกรณีราคาก็จะไม่เท่ากัน)ซึ่งราคานี้จะบวกรวมกับค่าแรง
ค่าวัสดุก่อสร้าง ยังมีค่ารายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องต่อเติมเพิ่มขึ้นหลังจากดีดบ้าน เช่น การสร้างบันได้ขึ้นบ้านหรือเทพื้นให้สูงขึ้นตาม เป็นต้น
แต่ถึงแม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับการรื้อแล้วสร้างใหม่ย่อมถูกกว่าอย่างแน่นอน บางครั้งการรื้อสร้างใหม่อาจจะต้องเตรียบงบถึงหลักล้าน
ดังนั้นหากใครมีงบประมาณจำกัด วิธีการดีดบ้านก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

3.ก่อนดีดบ้าน อย่าลืมขออนุญาตให้ถูกต้อง

การดีดบ้านตามกฎหมายจะถือว่าเป็นเรื่องของการดัดแปลงบ้านหรืออาคาร เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มทำการใดๆจึงมีความจำเป็นที่ต้องขออนุญาตกับทางเขตที่อยู่อาศัยเสียก่อน
เพื่อเป็นการป้องกันหากเกิดปัญหาที่ไม่คาดฝันขึ้น สามารถหาผู้ที่จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายที่ระบุไว้ ซึ่งก็คือวิศวกรออกแบบและผู้ควบคุมงานนั่นเอง

4.ก่อนดีดบ้าน จะดีดอย่างไรให้ปลอดภัย

หลายครั้งที่มักจะมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับการดีดบ้าน เช่น การเกิดอุบัติเหตุบ้านตกลงมาทับคนงานเสียชีวิต หรือดีดบ้านแล้วบ้านพังถล่มลงมาสร้างความเสียหายต่อบ้านทั้งหลังอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งอาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วยการใช้ระบบหรือวิธีการเก่าๆหรือคิดวิธีเอง อย่างแม่แรง รอก หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้ในการดีดบ้าน
ดังนั้นการดีดบ้านไม่ควรจ้างบริษัทที่ไม่มีวิศวกรควบคุม เพราะวิศวกรจะมีวิธีการเพิ่มความปลอดภัยโดยสร้างฐานรองรับอุปกรณ์ดีดบ้านอย่างเช่นระบบแม่แรงไฮโดรลิค
ซึ่งก่อนที่จะนำมาใช้ต้องตรวจสอบทุกครั้งว่ามีสภาพพร้อมที่จะนำมาใช้งาน อีกทั้งข้อดีของแม่แรงไฮโดรลิคคือ สามารถที่จะยกทุกจุดในบ้านได้พร้อมกัน
แล้วยังเช็คระดับความสูง ฐานราก ความลาดเอียงได้อีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีแค่มาตรฐานของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว
 แต่ต้องรวมไปถึงการคิดคำนวณ วางแผน ความสูงของบ้านเป็นสิ่งสำคัญ

5.เตรียมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากดีดบ้าน

หลังจากดีดบ้านขึ้นแล้วตัวบ้านก็จะสูง สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมมาก็คือระบบงานบันไดซึ่งต้องออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้อยู่อาศัย
โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้สูงอายุ รวมทั้งเรื่องของระบบไฟฟ้า และน้ำ เท่ากับว่าต้องวางระบบใหม่เกือบทั้งหมด เพราะในช่วงที่คนงานเริ่มทำการดีดบ้านช่างจะต้องตัดระบบน้ำ
ไฟ ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อทำการดีดบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องเดินสายใหม่จึงต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษเพราะหากเดินระบบได้ไม่ดี อาจส่งผลให้เกิดปัญหาอย่างไฟช็อตหรือน้ำไหลรั่วซึมได้

5 เรื่องต้องรู้ ก่อนดีดบ้าน มิเช่นนั้นจะเสียใจภายหลัง

1. ก่อนคิดจะดีดบ้าน ควรตรวจสอบสภาพของบ้านเป็นสำคัญ
 ใช่ว่าคิดจะดีดบ้านจะสามารถทำได้เลย ควรจะพิจารณาถึงโครงสร้างบ้านเป็นสำคัญด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บ้านได้รับความเสียหาย
 หรือเกิดอันตรายขึ้นในระหว่างที่ดีดบ้าน เหมือนดังที่ตกข่าวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าหากบ้านไหนทำการตรวจสอบแล้วพบว่า มีร่องรอยของการผุกร่อนในจุดใหญ่ๆ
 หรือมีปลวกกิน แนะนำว่าไม่ควรดีดบ้าน สืบเนื่องจากจะต้องเตรียมตัวรับมือกับความเสียหายอันมหาศาล ซึ่งเกิดขึ้นได้ขณะดำเนินการ
 ทางที่ดีแนะนำว่ารื้อแล้วสร้างใหม่จะคุ้มกว่า ส่วนถ้าหลังไหนพบว่าเสาเข็มทรุด จำเป็นต้องลงเสาใหม่ก่อนทำการดีดบ้านด้วย

2. งบประมาณคือ ตัวตัดสินใจในการดีดบ้าน
หลายคนที่กำลังคิดต่อเติมซ่อมแซมบ้าน เพื่อหนีปัญหาน้ำท่วม แน่นอนว่าเกิดความลังเลระหว่างรื้อแล้วสร้างใหม่หรือดีดบ้านขึ้นดี
โดยคำตอบของทางเลือกดังกล่าวคงหนีไม่พ้นเรื่องงบประมาณ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วรูปแบบของการดีดบ้านนั้นจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอยู่ราวๆ
หลักแสน (ขึ้นอยู่กับสภาพและความยาก ง่าย ของการดีดบ้าน) ทั้งเรื่องของค่าแรง ค่าวัสดุก่อสร้าง รวมถึงการต่อเติมเพิ่มเติมหลังจากดีดบ้านด้วย
แน่นอนว่าแม้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ก็ถือว่าน้อยกว่ารื้อแล้วสร้างใหม่แน่นอน ซึ่งจะต้องเตรียมงบไว้เลยเป็นล้าน ดังนั้นใครที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
วิธีการดีดบ้านก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัด

3. ทุกครั้งก่อนดีดบ้าน ต้องขออนุญาตอย่างถูกต้อง
ดีดบ้าน ตามกฎหมายแล้วถือว่าเป็นเรื่องของดัดแปลงบ้านหรืออาคาร ดังนั้นก่อนที่จะดำเนินการใดๆ จำเป็นต้องขออนุญาตกับเขตที่อยู่อาศัยก่อน
ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น สามารถกล่าวอ้างถึงกฎหมายวิศวกรออกแบบและควบคุมงาน เพื่อทำการรับผิดชอบตามที่กำหมายได้ระบุไว้

4. ดีดบ้านอย่างไรให้ปลอดภัย
หลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการดีดบ้านแล้วเกิดอุบัติเหตุทับคนงาน หรือบ้านพังทั้งหลังอยู่บ่อยครั้ง อาจเป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ใช้ระบบวิธีเก่าๆ
อย่างแม่แรง รอก หรืออุปกรณ์ไร้มาตรฐานมาใช้ในการดีดบ้าน เหตุนี้เองระยะหลังบรรดาผู้รับเหมาและวิศวกรจึงเพิ่มความปลอดภัยให้สูงขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นสร้างฐานรองรับอุปกรณ์ดีดบ้านอย่างระบบแม่แรงไฮโดรลิค โดยจำเป็นต้องตรวจสอบอุปกรณ์ทุกครั้งให้มีสภาพพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ข้อดีของแม่แรงไฮโดรลิคคือ
สามารถยกทุกจุดในบ้านพร้อมกันได้ อีกทั้งยังสามรถเช็คระดับความสูง ฐานราก ความเอียงได้อีกด้วย จึงทำให้ช่วยเรื่องความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง
 แต่ทั้งนีทั้งนั้นใช้ว่ามาตรฐานของอุปกรณ์อย่างเดียวจะพอ จำเป็นต้องมีการคิดคำนวณ วางแผน พิจารณาถึงความสูงของบ้านเป็นสำคัญด้วย

5. รับมือปัญหางานระบบตามมา เมื่อดีดบ้านแล้ว
แน่นอนเมื่อทำการดีดบ้านแล้ว ตัวบ้านจะสูงขึ้น สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมต่อมาคือเรื่องระบบงานบันได อันจำเป็นต้องมีรูปแบบลักษณะให้เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัย
 โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ อีกทั้งเรื่องของระบบไฟ และน้ำ จำเป็นต้องทำการวางระบบใหม่ทั้งหมด เนื่องจากในขณะที่ดีดบ้านช่างจะทำการตัดระบบน้ำ ไฟ ทั้งหมด
 ดังนั้นเมื่อทำการดีดบ้านเสร็จแล้ว จะต้องเดินสายใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะถ้าเดินระบบไม่ดี อาจจะให้เกิดปัญหาอย่างไฟช็อตหรือน้ำไหลรั่วซึม
ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้