สวัสดี

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: 5 กลโกงของผู้รับเหมา รู้ไว้ก่อนสายเกินแก้  (อ่าน 104 ครั้ง)

admin
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 27187
    • ดูรายละเอียด
5 กลโกงของผู้รับเหมา รู้ไว้ก่อนสายเกินแก้

1. ผู้รับเหมาไม่เข้าหน้างาน

          อีกปัญหาคือผู้รับเหมาไม่เข้าไปดูงานปล่อยให้ลูกน้องทำไปเรื่อย ๆ ไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง ทำให้งานที่ออกมาอาจจะมีความคลาดเคลื่อน และคนงานอาจโกงได้

2. ผู้รับเหมาขาดความรับผิดชอบ

          นัดเจอผู้รับเหมาไม่เป็นนัด รับปากจะทำให้แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับไม่ได้ทำ ติดต่อยาก ปิดมือถือ และอาจจะถึงขั้นทิ้งงานในที่สุด

3. โกงเงินมัดจำ

          ผู้รับเหมาบางรายจะเรียกเงินมัดจำก้อนแรกสูง ๆ เช่น 40% ของมูลค่างานทั้งหมด เมื่อได้เงินมัดจำไปแล้วก็ทิ้งงานทันทีหรืออาจจะทำงานช้า ไม่ค่อยเข้างานจนเราต้องเลิกจ้าง เป็นต้น

4. แก๊งหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต

          ปัจจุบันโลกออนไลน์เข้าถึงผู้คนมากขึ้น ทำให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหลายรายใช้ช่องทางออนไลน์ในการติดต่อทางธุรกิจ
          และมีผู้ว่าจ้างหลายคนที่ใช้สื่อออนไลน์ในการประกาศหาผู้รับเหมา ทำให้ตกเป็นเหยื่อของผู้รับเหมาที่ต้องการจะหลอกลวง ดูภายนอกอาจจะทำให้ดูน่าเชื่อถือ
          พูดจาหว่านล้อมสุดท้ายก็เชิดเงินหนี

5. ฮั้วประมูล

          เป็นกรณีที่มักจะเกิดขึ้นกับวงการก่อสร้าง โดยผู้รับเหมามีความต้องการร่วมกันที่จะให้ราคารับเหมาไม่ต่ำจนเกินไปหรือไม่
          ให้ถูกตัดราคาจากผู้รับเหมาที่ยื่นประมูลร่วมกัน ทำให้ผู้รับเหมาต่างฝ่ายต่างเข้ามาคุยเพื่อหาจุดที่ลงตัวที่สุดในการประมูลต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์
          แล้วค่อยแบ่งผลประโยชน์ตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ การฮั้วประมูลจะทำให้ราคาค่าก่อสร้างโดยรวมดูสูงกว่าปกติจากผู้ยื่นประมูล
          ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ว่าจ้างทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูงกว่าความเป็นจริง

5 ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง

1.ก่อนวางแผนจะดีดบ้าน ต้องรู้สภาพความพร้อมของบ้านให้ดี

เจ้าของบ้านบางคนคิดว่าถ้าต้องการดีดบ้านก็สามารถทำได้ง่ายๆ แค่จ้างช่างมายกแล้วก็เสริมเสาก็จบเรื่องแล้ว
ในความเป็นจริงควรจะต้องพิจารณาถึงโครงสร้างบ้านเป็นอันดับแรกรวมทั้งต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บ้านได้รับความเสียหาย หรือก่อให้เกิดอันตรายขึ้นในช่วงขณะที่ดีดบ้าน ซึ่งเรามักจะได้ยินข่าวบ่อยๆ
ฉะนั้นถ้าทำการตรวจสอบแล้วพบว่ามีร่องรอยของการผุกร่อนในจุดใหญ่ๆ หรือมีปลวกกินหลายแห่ง แนะนำว่าไม่ควรที่จะดีดบ้านเด็ดขาด
เพราะอาจส่งผลเสียหายอย่างมหาศาลบ้านพังถล่มลงมาในขณะที่กำลังดีดบ้านได้ ทางที่ดีคือรื้อบ้านแล้วสร้างบ้านใหม่ด้วยการยกพื้นสูงขึ้นจะคุ้มกว่า
ส่วนถ้าพบว่าเสาเข็มมีการทรุดอยู่ จำเป็นต้องลงเสาใหม่ก่อนทำการดีดบ้านด้วย

2.ก่อนดีดบ้าน วางแผนเรื่องงบประมาณเสียก่อน

ส่วนใหญ่แล้วการจ้างเหมาราคาดีดบ้านที่เจ้าของบ้านจะต้องเตรียมเงินไว้ราวๆหลักแสน(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพและความยากง่ายของการดีดบ้าน
แต่ละกรณีราคาก็จะไม่เท่ากัน)ซึ่งราคานี้จะบวกรวมกับค่าแรง ค่าวัสดุก่อสร้าง ยังมีค่ารายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องต่อเติมเพิ่มขึ้นหลังจากดีดบ้าน
เช่น การสร้างบันได้ขึ้นบ้านหรือเทพื้นให้สูงขึ้นตาม เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับการรื้อแล้วสร้างใหม่ย่อมถูกกว่าอย่างแน่นอน
บางครั้งการรื้อสร้างใหม่อาจจะต้องเตรียบงบถึงหลักล้าน ดังนั้นหากใครมีงบประมาณจำกัด วิธีการดีดบ้านก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

3.ก่อนดีดบ้าน อย่าลืมขออนุญาตให้ถูกต้อง

การดีดบ้านตามกฎหมายจะถือว่าเป็นเรื่องของการดัดแปลงบ้านหรืออาคาร เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มทำการใดๆจึงมีความจำเป็นที่ต้องขออนุญาตกับทางเขตที่อยู่อาศัยเสียก่อน
เพื่อเป็นการป้องกันหากเกิดปัญหาที่ไม่คาดฝันขึ้น สามารถหาผู้ที่จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายที่ระบุไว้ ซึ่งก็คือวิศวกรออกแบบและผู้ควบคุมงานนั่นเอง

4.ก่อนดีดบ้าน จะดีดอย่างไรให้ปลอดภัย

การดีดบ้านไม่ควรจ้างบริษัทที่ไม่มีวิศวกรควบคุม เพราะวิศวกรจะมีวิธีการเพิ่มความปลอดภัยโดยสร้างฐานรองรับอุปกรณ์ดีดบ้านอย่างเช่นระบบแม่แรงไฮโดรลิค
ซึ่งก่อนที่จะนำมาใช้ต้องตรวจสอบทุกครั้งว่ามีสภาพพร้อมที่จะนำมาใช้งาน อีกทั้งข้อดีของแม่แรงไฮโดรลิคคือ สามารถที่จะยกทุกจุดในบ้านได้พร้อมกัน
แล้วยังเช็คระดับความสูง ฐานราก ความลาดเอียงได้อีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีแค่มาตรฐานของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว
 แต่ต้องรวมไปถึงการคิดคำนวณ วางแผน ความสูงของบ้านเป็นสิ่งสำคัญ

5.เตรียมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากดีดบ้าน

หลังจากดีดบ้านขึ้นแล้วตัวบ้านก็จะสูง สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มเติมมาก็คือระบบงานบันไดซึ่งต้องออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้อยู่อาศัย
โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้สูงอายุ รวมทั้งเรื่องของระบบไฟฟ้า และน้ำ เท่ากับว่าต้องวางระบบใหม่เกือบทั้งหมด เพราะในช่วงที่คนงานเริ่มทำการดีดบ้าน
ช่างจะต้องตัดระบบน้ำ ไฟ ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อทำการดีดบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องเดินสายใหม่จึงต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษเพราะหากเดินระบบได้ไม่ดี
อาจส่งผลให้เกิดปัญหาอย่างไฟช็อตหรือน้ำไหลรั่วซึมได้

3  เรื่องต้องพิจารณาในการดีดบ้าน

1. พิจารณาโครงสร้างบ้าน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่จะตัดสินใจดีดบ้านสูงต้องสำรวจบ้านตนเองก่อนว่ามีรอยร้าวที่เสา ที่ผนัง
เพดานไหม กรณีบ้านไม้มีปลวกกินบริเวณใดบ้าง คือเรื่องที่ยุ่งยากละเอียดอ่อน และใครจะตัดสินใจได้ว่าบ้านคุณพร้อมที่จะดีดไหม ต้องใช้ช่างที่ผ่านประสบการณ์งานดีดบ้านมาก่อน
จึงจะให้ความมั่นใจได้ว่าเมื่อดีดบ้านคุณแล้วจะไม่ทรุดพังลงมาทับสมาชิกในบ้านคุณแต่ ช่างดีดบ้านอยุธยาของทางห้างหุ้นส่วนเหลืองรุ่งทรัพย์ก่อสร้างมีความเชี่ยวชาญสูง
มีความชำนาญเรื่องการตรวจเสาเข็มก่อนดำเนินการ

2. วางแผนเรื่องงบประมาณ ก่อนจะดีดบ้านควรใส่ใจเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะบ้านใหญ่ที่จะดีดบ้านสูงต้องใช้แรงงานมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายและสภาพบ้าน
 เพราะต้องจ่ายค่าแรงแปรผันตามจำนวนเสาบ้าน ค่าวัสดุก่อสร้าง การเทพื้น การสร้างบันไดขึ้น

3. ดีดบ้านอย่างปลอดภัย ขั้นแรกจะตัดเสาชั้นล่างแล้วทำฐานรองรับทางทีมงานช่างดีดบ้านอยุธยามีจำนวนแรงงานมากเกินพอที่จะดำเนินการได้
ขั้นที่สองสร้างค้ำยันเพื่อกระจายน้ำหนักตัวบ้านที่จะดีดลงสู่ฐานรองรับ ขั้นที่สามติดตั้งแม่แรงไฮดรอลิกที่ทันสมัยจากห้างหุ้นส่วนเหลืองรุ่งทรัพย์ก่อสร้าง
ขั้นที่สี่ตัดเสาตอม่อให้ขาดจากฐานเดิม ขั้นที่ห้ายกบ้านขึ้นพร้อม ๆ กันขณะยกจะทำค้ำยันตาม ขั้นสุดท้ายเมื่อยกบ้านสูงแล้วต่อเสาบ้านลงสู่ฐานราก
ขณะยกบ้านต้องยกพร้อมกันและต้องมั่นใจว่าฐานรองรับจะต้องมั่นคง เรื่องสำคัญอย่างนี้ต้องไว้ใจทีมช่างดีดบ้านอยุธยา

การดีดบ้านตัวเองให้สูงเวลาน้ำท่วมจะได้สบายไม่ต้องขนสัมภาระเครื่องใช้ขึ้นที่สูง ไม่ต้องเสี่ยงเรื่องน้ำพัดพาคนในบ้านและทรัพย์สินสูญหาย
เลี่ยงปัญหาการประสบอุบัติเหตุเนื่องมาจากกระแสไฟฟ้า จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับน้ำได้อย่างปกติสุข เมื่อน้ำหลากมา ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาเมื่อบ้านดีดสูงแล้ว
ยังเรียกทีมช่างดีดบ้านอยุธยา ตามเบอร์โทรที่ทางเว็บให้ไว้ได้ตลอด